พระโชว์ พระสมเด็จโนนผึ้ง หลวงปู่หมุน พิมพ์ใหญ่ ออกวัดโนนผึ้ง ปี ๔๐

 

พระสมเด็จโนนผึ้งที่นำมาให้ท่านเช่าบูชาองค์นี้ ฟอร์มพิมพ์ถือว่าสวยงาม แบบฝังพลอยเสกในเนื้อพระ พอเนื้อพระแห้งได้ที่ ได้อายุ พลอยเสกที่อยู่ด้านในก็โผล่ออกมาจากเนื้อพระ ดูคลาสสิค สวยงาม

ประวัติการสร้าง
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล ปลุกเสก เมื่อครั้งจำพรรษาที่ วัดโนนผึ้ง ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่ประสาร ซึ่งเป็นสหธรรมมิกรุ่นน้องของท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ จัดเป็นพระรุ่นแรกๆ ของหลวงปู่ครับ

หลวงปู่ประสาร ท่านจะเก่งมากด้านเมตตามหาเสน่ห์ ผูกดวงคู่ และเชี่ยวชาญทางด้านว่านยาต่างๆเป็นอย่างมาก จนหลวงปู่หมุนท่านถึงกับเอ่ยปากชมว่า หลวงปู่ประสารเป็นเอกทางด้านนี้หาคนเทียบรัศมีท่านยากในย่านนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่รูปที่หลวงปู่หมุน ท่านยอมรับว่าเก่ง และแตกฉานในวิชาความรู้ต่างๆ ท่านจึงไว้วางใจ และถ่ายทอดวิชาให้หลายอย่าง

พระสมเด็จโนนผึ้ง สร้างและเสกด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มวลสารที่อยู่ในองค์นั้นหามารวมกันหลายชั่วอายุคน รุ่นต่อรุ่นมาจากอาจารย์สู่ลูกศิษย์ ผงนี้มี อาถรรพ์ยิ่งนัก มวลสารจากชานหมากครูบาอาจารย์อีกมากมาย หลวงปู่หมุนท่านลบผงช่วยในโบสถ์ หลวงปู่หมุนท่านบอกว่าการลบผงนี้ทำได้ ยาก มากๆ ในชีวิตคนๆ หนึ่งจะทำสำเร็จนั้นได้เพียงไม่กี่ครั้ง ยากนักจะหาใครทำได้ เห็นจะมีก็แต่สมเด็จพุฒาจารย์โต แห่งวัดระฆังฯ หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร และหลวงปู่สี แห่งวัดถ้ำเขาบุญนาค ซึ่งหลวงปู่หมุนท่านเคยไปขอศึกษาการลบผงตำรับของสมเด็จ พุฒาจารย์โต จากหลวงปู่สี จนสำเร็จมาจนครบกระบวนความรู้ ด้วยความอุตสาหะของท่าน ด้วยบุญญาธิการของท่าน ด้วยสายวิชาการเดินธาตุทั้ง ๔ ที่ท่านสำเร็จมา ท่านจึง เรียนและพยายามจนประสบผลสำเร็จ ได้ทุกประการ นับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ศึกษาจนสำเร็จได้ จึงไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดเลยว่า พระสมเด็จวัดโนนผึ้งชุดนี้ดีจริงหรือไม่ เพราะเมื่อครั้งที่หลวงปู่หมุนมาจำพรรษา ที่วัดป่าหนองหล่มโดยการนิมนต์เชิญโดย พระอาจารย์จ่อย สิริคุตโต หลวงปู่หมุน ได้นำพระสมเด็จโนนผึ้งติดย่ามมาด้วย ตอนนั้น เป็นพิธีหล่อพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ๕๙ นิ้ว ที่วัดป่าหนองหล่ม เมื่อปี ๒๕๔๑ – ๒๕๔๒ ปู่หงษ์ พรหมปัญโญ เป็นประธาน หลวงปู่หมุนท่านกำหนดราคาไว้ที่ทำบุญองค์ละ ๕๐๐ บาท มีคนถามว่าหลวงปู่ทำไมแพงจัง หลวงปู่หมุนท่านยิ้มๆ แล้วตอบว่าทำได้ยากนะ เก็บกันไว้เถอะ อนาคตจะแพง และหากันไม่ได้นะ พุทธคุณเหลือล้นสุดยอด ดีทั้งนอกดีทั้งใน ใครได้ไว้ครอบครองถือว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง  สมัยนั้น ๕๐๐ บาท ถือว่าแพงมากๆ สำหรับพระผงเนื้อว่านแบบนี้

นอกจากนี้ หลวงปู่หมุนท่านยังเคยกล่าวไว้ว่า “ แม้นว่าถ้าฉันตายไปของ ๆ ฉันจะขลังกว่านี้หลายร้อยเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปรานที่ประจุไปด้วยพลังจิตอัน เข้มขลังของฉัน ย่อมเป็นหนึ่งบ่มีสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ให้แผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน “

พระสมเด็จวัดโนนผึ้ง.....มีพุทธศิลป์เดียวคือ ด้านหน้าเป็นพระสมเด็จปางสมาธิ ฐาน ๓ ชั้น ฐานชั้นกลางจะขึ้นเป็น
เส้นคม ปลายฐานจะค่อยๆ โค้งงอขึ้นด้านบนอย่างอ่อนช้อยสวยงาม อยู่ภายในเส้นครอบซุ้มผ่าหวาย ยอดปลายพระเกศจะไม่จรดติดกับเส้นขอบซุ้ม ด้านหลังเป็นยันต์ใหญ่ และตัวอักษร วัดโนนผึ้ง อ.กันทรารมย์ จ. ศรีสะเกษ

แยกเป็น 3 พิมพ์ตามขนาดโดยประมาณขององค์พระ ดังนี้
๑. พิมพ์จัมโบ้ ขอบล่างกว้าง ๒๔ มม. ขอบบนกว้าง ๒๒ มม.   สูง ๓๗ มม. (จำนวนสร้าง ๑๐๐ องค์)
๒. พิมพ์ใหญ่ ขอบล่างกว้าง ๒๒ มม. ขอบบนกว้าง ๒๑ มม.   สูง ๓๓ มม. (จำนวนสร้างหลักหมื่นองค์)
๓. พิมพ์เล็ก ขอบล่างกว้าง ๒๐ มม. ขอบบนกว้าง ๑๙ มม. สูง ๓๐ มม . (จำนวนสร้าง ๑๐๐ องค์)

ทั้ง ๓ พิมพ์จะมีทั้งแบบองค์พระบาง (๗ มม.) และองค์พระหนา (๘ มม.) ซึ่งพบเห็นน้อยหายากกว่า

จำแนกตามวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุเพิ่มเติมลงในองค์พระเรียงลำดับจากที่หายากพบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้
แบบที่ ๑. ฝังเพชรหน้าทั่ง หรือ และ ฝังทองด้านข้าง หรือผิวขององค์พระ (สร้างหลักสิบองค์ไม่เกิน ๑๐๐ องค์)
แบบที่ ๒. กรรมการทาทองด้านหน้าและหลัง อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ ๒ - ๕ สร้างรวมกัน ๑๐๐ องค์)
แบบที่ ๓. กรรมการทาทองด้านหน้า ลงรักด้านหลัง อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ ๒ - ๕ สร้างรวมกัน ๑๐๐ องค์)
แบบที่ ๔. กรรมการทาทองด้านหน้าและหลัง ไม่อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ ๒ - ๕ สร้างรวมกัน ๑๐๐ องค์)
แบบที่ ๕. กรรมการทาทองด้านหน้า ลงรักด้านหลัง ไม่อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง (สร้างหลักสิบองค์ กรรมการทาทองแบบที่ ๒ - ๕ สร้างรวมกัน ๑๐๐ องค์)
แบบที่ ๖. ติดเส้นเกศาและปิดแผ่นจีวรทับบริเวณกลางองค์พระด้านหลัง
แบบที่ ๗. ติดแผ่นจีวรกลางองค์พระด้านหลัง
แบบที่ ๘. อุดจีวรใต้ขอบสันด้านล่าง
แบบที่ ๙. ติดเศษธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทที่ผิวองค์พระ
แบบที่ ๑๐. อุดเศษธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทใต้ขอบสันด้านล่าง
แบบที่ ๑๑. โรยผงตะไบที่ผิวพระ
แบบที่ ๑๒. ฝังพลอยดิบเม็ดใหญ่ที่ผิวพระ
แบบที่ ๑๓. โรยแร่ที่ผิวพระ
แบบที่ ๑๔. ผสมพลอยดิบเม็ดเล็กลงไปในเนื้อมวลสาร

จำแนกตามเนื้อมวลสารหลักที่สร้างซึ่งมีทั้งประเภทเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด โดยจะเรียงลำดับจากที่หายาก พบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้
แบบที่ ๑. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ มีเม็ดพระธาตุงอก
แบบที่ ๒. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่เส้นเกศา
แบบที่ ๓. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ชานหมาก
แบบที่ ๔. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ว่าน
แบบที่ ๕. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ผงตะไบ
แบบที่ ๖. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘ แก่ผงธูป
แบบที่ ๗. เนื้อผงพุทธคุณ ๑๐๘

จำแนกตามโซนสีขององค์พระซึ่งการเกิดโซนสีที่ต่างกันนั้น ก็เนื่องมาจากอัตราสัดส่วนผสมและชนิดของเนื้อผงพุทธคุณ ว่านและชานหมากที่ใช้สร้างแตกต่างกัน โดยจะเรียงลำดับจากที่หายากพบเห็นน้อยไปหามาก ดังนี้
แบบที่ ๑. โซนสีดำ (แก่ว่านไพรดำ)
แบบที่ ๒. โซนสีขาว (แก่ว่านขาวจ้าวทรัพย์)
แบบที่ ๓. โซนสีน้ำตาลเข้ม (แก่ชานหมาก)
แบบที่ ๔. โซนสีน้ำตาลเข้ม (แก่ว่าน)
แบบที่ ๕. โซนสีเหลืองขมิ้น
แบบที่ ๖. โซนสีเทา (แก่ผงธูป)
แบบที่ ๗. โซนสีน้ำตาลอ่อน (แก่ผงตะไบ)
แบบที่ ๘. โซนสีน้ำตาลอ่อน

 

วาจาสิทธิ์ของหลวงปู่หมุน ที่ได้กล่าวไว้ก่อนละสังขาร ซึ่งลูกศิษย์และชาวบ้านต่างจดจำได้ติดหู คือ…” ของๆ ฉันสร้างเองกับมือ ใครมีไว้บูชาจะ หมุนโชคหมุนลาภ ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประกอบสัมมาอาชีพใดก็รุ่งเรือง เจริญลาภยศสรรเสริญ จะมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ขอให้เป็นคนดี คิดดี ทำดี ละเว้นชั่ว คุณพระจะรักษา เทวดาจะคุ้มครอง แม้นว่าฉันจะตายไป ของๆ ฉันจะขลังกว่านี้อีกหลายๆเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปราณที่ประจุลงไป ด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของฉัน ย่อมเป็น หนึ่งบ่เป็นสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ที่ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน ”

    หลวงปู่หมุน ท่านกำเนิดเมื่อ พศ. ๒๔๓๗ – ๒๕๔๖ อายุยืนถึง ๑๐๙ ปี พระเครื่องของท่านออกมา ช่วงบั้นปลายชีวิต ในปี พศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๔๕ จึงดูเหมือนเป็นพระเครื่องใหม่ อายุพระไม่เกิน ๑๐ ปี ความนิยมในท้องตลาดพระเครื่อง ยังมีไม่มาก มีเฉพาะกลุ่มลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธา แต่ก็มีแนวโน้มกลุ่มลูกศิษย์มากขึ้น จากปากต่อปากของผู้บูชาพระเครื่องหลวงปู่ ที่พบประสบการณ์เหนือธรรมชาติ

      สาเหตุที่ท่านอนุญาติให้สร้างพระเครื่อง ในช่วงบั้นปลายชีวิตนั้น เพราะยุคแรก ๆ นั้น ท่านใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการออกธุดงค์ไปในป่าดงดิบ และธุดงค์ไปแดนพุทธภูมิ ในต่างประเทศ หลายสิบๆปี จึงไม่ได้ทำวัตถุมงคลออกมาเพื่อให้ชาวบ้านบูชาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เป็นคนดีมีศีล และรวมถึงหารายได้มาสร้างวัดซ่อมอุโบสถ บำรุงเสนาสนะให้ดำรงคงอยู่ สืบสานวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามในแผ่นดินสยาม วัดวาอาราม เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้คนรุ่นหลัง ได้กระทำแต่ความดี ละความชั่ว และขัดเกลาจิตใจคนรุ่นใหม่ ให้อ่อนโยน มีเมตตาธรรม สร้างสรรค์สังคม หลีกเลี่ยงพฤติกรรม สร้างเสื่อมสังคม.. หากไม่มีวัด ก็ไม่มีพระ หากไม่มีพระ คนรุ่นใหม่ก็ย้าย ศาสนาไปเป็นคริสต์จักรกันหมด แล้วพุทธศาสนาก็จางหายไปตามกาลเวลา..
   
     หลวงปู่หมุน ท่านไม่ยึดติดลาภยศสมณศักดิ์ ท่านเป็นพระสงฆ์ สายพระป่าที่เคร่งกรรมฐานอย่างแท้จริง ท่านใดที่มองหา พุทธคุณทางด้านอิทธิปาฎิหาริย์, แคล้วคลาดอายุยืน, โชคลาภเสริมดวง และเมตตาบารมี ที่สามารถสัมผัสพุทธคุณในพระเครื่องได้ เป็นความเชื้อส่วนบุคคล จนกว่าท่านจะได้..

  คำอาราธนา บูชาหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
ท่องนะโม ๓ จบ แล้วภาวนาว่า
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มะ อะ อุ
หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อุ อะ มะ

Visitors: 21,428