การทำน้ำมนต์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

     เหรียญโลหะสีทอง อัดกรอบพลาสติก สร้างเมื่อ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ มีด้วยกัน ๔ พิมพ์คือ ๑.พิมพ์คอขีด ๒.พิมพ์คอนูน ๓.พิมพ์ตัวหนังสือทะลุ และ ๔.พิมพ์ยันต์ใหญ่

ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อและชื่อ "พระสุธรรมยานเถระ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)" ใต้รูปเขียนว่า "วัดท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี"
ด้านหลัง เป็นยันต์พระสารีบุตร และคำว่า "ทำน้ำมนต์"

เมื่อปลายปี ๒๕๒๘ ต่อต้นปี ๒๕๒๙ อาตมาป่วยหนัก พระ ท่านเสด็จมาบอกว่า “ยิ่งนานไปโรคภัยไข้เจ็บของคน ก็จะยิ่งหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามแรงกรรมที่กระทำไว้ ทำให้การรักษาโรคโดยหมอแผนปัจจุบันเป็นไปโดยยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของ “พระ” ไปได้” ท่านสั่งให้ทำเหรียญสำหรับทำน้ำมนต์รักษาทุกโรค แต่ไม่ให้ทำมาก ด้วยเหตุผลว่า “กำลังใจของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ผู้ที่กำลังใจต่ำ เอาไปใช้แล้วไม่ได้ผล จะมีโทษจากการปรามาสพระรัตนตรัย”

วิธีใช้ 
เอาน้ำสะอาดใส่ลงในภาชนะ อาราธนาเหรียญลงแช่ในน้ำกราบขอบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พรหม เทวดา ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีพระสารีบุตรมหาเถระเจ้าเป็นประธาน ขอได้โปรดทำให้น้ำมนต์นี้เป็นยา รักษาสรรพโรคาพาธทั้งในร่างกายของคนและสัตว์ ให้หายโดยฉับพลันด้วยเถิด จากนั้นว่า นะโม ๓ จบ อิติปิโส (สามห้อง) ๗ จบ นะมะพะทะ ๑๕ จบ แล้วอาราธนาน้ำมนต์ดื่มหรืออาบตามอัธยาศัย จะทำครั้งเดียวแล้วเติมไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ถ้าไม่มั่นใจในความสะอาด อนุญาตให้เอาน้ำมนต์ไปต้มได้

" หลวงพ่อบอกเหรียญทำน้ำมนต์" กันและแก้ได้ทุกอย่าง แล้วแต่จะอธิฐาน "
สมมุติว่า ถ้าเกิดสงครามใช้อาวุธนิวเคลียร์ เคมี แก๊สพิษ ชีวะภาพ จะทำให้สารพิษ กระจายไปทั้งในน้ำและในอากาศ ทำให้น้ำและอากาศเต็มไปด้วยสารพิษ

ท่านให้เอาเหรียญนี้ใส่ก้นแท้งค์น้ำ สารพิษต่างๆ จะเข้ามาไม่ได้ และยังเป็นน้ำมนต์วิเศษ รักษาโรคได้ทุกชนิดแล้ว แต่จะอธิฐาน และเหรียญทำน้ำมนต์ นี้ถือเป็นเหรียญเดียวที่หลวงพ่อกล่าวว่า สามารถคลายกฎแห่งกรรมได้ (ปกติกฎแห่งกรรม ไม่สามารถคลายหรือลดได้)

พระคาถาอาราธนา พระเครื่องของหลวงพ่อฤาษี ฯ
ตั้งนะโม ๓ จบก่อน แล้วยกพระเครื่องขึ้นพนมมือ อาราธนาพระคาถา ๓ จบดังนี้
" อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดช เดชะ จงมาเป็นที่พึ่ง แก่ มะอะอุ นี้เถิด "
* อิทธิฤทธิ อ่านว่า อิดทิ ริดทิ *

วัตถุมงคลหลวงพ่อ ทุกชนิด ล้วนมีประสบการณ์สูง ตามสโลแกน ที่ว่า " ห้อยพระหลวงพ่อฤาษีฯ กระดูกจะไม่หัก และจะไม่ตายก่อนอายุไขย " 
มีอานุภาพป้องกัน สรรพอันตราย ทั้งปวง แคล้วคลาด เดินทางปลอดภัย ดีทั้งโชคลาภ เด่นทั้งเมตตามหามงคล อาราธนาได้ตามใจปรารถนา แต่ว่าต้องไม่เกินกฏของกรรม

 

ประว้ติเรื่องการทำแผ่นยันต์

ก็มีอยู่วันหนึ่ง “หลวงพ่อ” ท่านเล่าให้ฟังว่า “พระ” ท่านมาขอให้เป็นหมอรักษาโรค หลวงพ่อบอกว่าตัวเองป่วย จะตายแหล่ไม่ตายแหล่ ให้เป็นหมอแล้วใครจะเชื่อ อีกอย่างคือไม่ชอบทำอะไรยาก ๆ จึงไม่ขอเป็นหมอจะดีกว่า...

ต่อรองกันไปต่อรองกันมา ในที่สุดหลวงพ่อก็กราบเรียนว่า “ถ้ามีน้ำมนต์ที่รักษาโรคได้ทุกชนิดก็จะยอมเป็นหมอ” คือทำทีเดียวไม่ยุ่งยาก ใครมาก็แจกน้ำมนต์ให้ หายไม่หายก็ช่าง “พระ” ท่านว่า “ต้องการแบบนั้นก็เอา...ตามใจคุณ” 

“พระ” ท่านมอบหมายให้ พระสารีบุตรมหาเถระ เป็นองค์สอนวิธีทำน้ำมนต์ พระมหาเถระกล่าวว่า “เคยบอกวิธีให้ไปนานแล้ว แต่เธอลืมไปเอง” แล้วทบทวนความจำว่า เมื่อปีนั้น วันเวลานั้น ๆ เคยสอนเอาไว้แล้ว... 

หลวงพ่อทบทวนดูก็นึกออก ว่าเคยทำให้เขาไปจริง ๆ แต่ทำให้เฉพาะตัวไม่เป็นสาธารณะ และเขียนอักขระผิดไปหนึ่งตัวด้วย แต่ตอนนั้นพระมหาเถระบอกว่าไม่เป็นไร ถึงผิดก็มีอานุภาพเช่นกัน แต่คราวนี้ต้องแก้ให้ถูก... 

หลวงพ่อก็จดวิธีทำมา ต้องใช้แผ่นทองคำหกแผ่น แผ่นเงินหกแผ่น หนักอย่างน้อยแผ่นละ ๑ บาท เขียนยันต์ลงอักขระแล้วปลุกเสกตามวิธีการ จึงจะใช้ทำน้ำมนต์รักษาโรคได้... 

อาตมาพอทราบเรื่องก็อยากได้ตามประสาคนกิเลสมาก เงินที่มีอยู่ถึงจะพอซื้อ แผ่นทอง – แผ่นเงิน แต่เป็นเงินที่ญาติโยมทำบุญมา จะมาใช้เปะปะได้อย่างไร...? 

จึงตัดใจว่าถ้าเราสมควรได้ก็คงได้เอง ถ้ามีคนถวายเงิน – ทองเพื่อการนี้โดยเฉพาะก็จะทำ ถ้าไม่มีก็สบายไม่ต้องเหนื่อย ถ้าจะให้เอาเงินสงฆ์ไปใช้ส่งเดชเป็นไม่เอาด้วยแน่... 

พอดีพบกับน้าเล็ก (อาจารย์จารุวรรณ ศรีแสงจันทร์) น้าเล็กถวายของขวัญปีใหม่ เป็นสร้อยคอทองคำ ๕๐ สตางค์ อาตมาจึงบอกกับน้าเล็กว่า ขอเอามาใช้ในงานนี้ น้าเล็กอนุญาตด้วยดี... 

เมื่อญาติโยมทราบ ก็ถวายทั้งเงิน-ทองและเงินสด คิดแล้วเกินจำนวนที่ต้องการไปมาก อาตมาจึงแจ้งให้ทราบว่า ถ้ามีเหลือจะร่วมในงานหล่อพระต่อไป ทุกคนก็โมทนาด้วย... 

ติดต่อทางร้านให้รีดแผ่นเงิน-แผ่นทองให้ ตอนนั้นทองแท่งราคาบาทละ ๔,๗๐๐ ร้านค้าโขกซะบาทละ ๖,๐๐๐...! เออ...ทีเอ็งข้าไม่ว่า ถึงทีข้าบ้างเอ็งอย่าโวยก็แล้วกัน แน่ะ...อาฆาตซะด้วย...! 

พอได้แบบยันต์มาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็นั่งเขียนเป็นการใหญ่ กะว่าเขียนเสร็จ จะขอความกรุณาหลวงพ่อให้ท่านช่วยเสกให้ ปรากฏว่าต้องเสกเองครับ...! 

อิติปิ โสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ ๑๐๘ จบ นะมะพะทะ ๑๐๘ จบ เหนื่อยแทบขาดใจ เข็ดจริง ๆ คุณเอ๋ย... แถมไม่มั่นใจตัวเอง ต้องแอบเอาไปเข้าพิธีใหญ่ที่หลวงพ่อทำพุทธาภิเษกเหรียญทำน้ำมนต์ในวิหารร้อยเมตรอีกครั้ง เอาให้แน่นอนไปเลย...!

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๓
พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ


หมายเหตุ : เมื่อ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙ อาตมาถูกบีบคอให้ทำเหรียญทำน้ำมนต์ จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ เพื่อให้ญาติโยมไว้ใช้รักษาโรคที่หมอแผนปัจจุบันรักษาได้ยาก กลายเป็นว่าต้องมาทำทั้งที่ตนเองก็ป่วยอยู่ทุกบ่อยเช่นกัน...!

๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๙
พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺปญฺโญ
 
เหรียญทำน้ำมนต์


เมื่อปลายปี ๒๕๔๘ ต่อต้นปี ๒๕๔๙ อาตมาป่วยหนัก "พระ" ท่านเสด็จมาบอกว่า "ยิ่งนานไปโรคภัยไข้เจ็บของคนก็จะยิ่งหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามแรงกรรมที่กระทำไว้ ทำให้การรักษาโดยหมอแผนปัจจุบันเป็นไปโดยยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของ "พระ" ไปได้" 

....ท่านสั่งให้ทำเหรียญสำหรับทำน้ำมนต์รักษาทุกโรค แต่ไม่ให้ทำมาก ด้วยเหตุผลว่า "กำลังใจของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ผู้ที่กำลังใจต่ำเอาไปใช้แล้วไม่ได้ผล จะมีโทษจากการปรามาสพระรัตนตรัย" 
....
วิธีใช้ เอาน้ำสะอาดใส่ลงในภาชนะ อาราธนาเหรียญลงแช่ในน้ำ กราบขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พรหม เทวดา ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีพระสารีบุตรมหาเถรเจ้าเป็นประธาน ขอได้โปรดทำให้น้ำมนต์นี้เป็นยา รักษาสรรพโรคาพาธทั้งในร่างกายของคนและสัตว์ ให้หายโดยฉับพลันด้วยเถิด 

จากนั้นว่า นะโม ๓ จบ อิติปิ โสฯ (สามห้อง) ๗ จบ นะมะพะทะ ๑๕ จบ (หายใจเข้า"นะมะ" หายใจออก"พะทะ" เท่ากับ ๑ จบ) แล้วอาราธนาน้ำมนต์ดื่มหรืออาบตามอัธยาศัย จะทำครั้งเดียวแล้วเติมไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ถ้าไม่มั่นใจในความสะอาด อนุญาตให้เอาน้ำมนต์ไปต้มได้ 

....ข้อควรระวัง เหรียญชุบทองควรจะเลี่ยมกรอบ เพราะถ้าทองลอกจะหมดอานุภาพทันที 
พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ 
วันวิสาขบูชา (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙)



อานุภาพของยันต์ทำน้ำมนต์

ถาม : ............................................. 
ตอบ : อานุภาพของยันต์ทำน้ำมนต์ รักษาโรคทุกชนิดที่ไม่เกินกฎของกรรม ขณะเดียวกันหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเคยบอกไว้ว่า ถ้าหากเพ่งภาพยันต์กำหนดเอาไว้อยู่บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ จนภาพติดตา จะบรรเทากฎของกรรมได้ด้วย น่าสนใจไหม ? 

ถาม : ถ้าเผื่อว่าไม่มียันต์ ถ่ายรูป...? 
ตอบ : เขียนเอาสิ ได้..รูปถ่ายก็ได้ 

ถาม : ที่บอกว่าเพ่งจนจำได้เป็นฌาน ? 
ตอบ : กำหนดเป็นรูปยันต์ นึกถึงเมื่อไรก็เห็นภาพเมื่อนั้น 

ถาม : แสดงว่ารายละเอียดพวกนี้ต้องได้หมดเลยใช่ไหม ? 
ตอบ : ต้องได้หมด เพราะว่าเราเองเราจะได้รู้ว่า นะโมพุทธายะ แต่ละตัวเขียนอย่างไร ถึงเวลาได้นึกออก เวลาเขียนยันต์ก็ว่าคาถา

ยันตัง สันตัง วิกรึง คะเร นะมะพะทะ 

แล้วก็ขึ้น อุณาโลมมา ปะนะชายะ เต นะมะพะทะ 

นะกาโร โหติ สัมภะโว จงมาเกิดเป็น นะ นะมะพะทะ 

โมกาโร โหติ สัมภะโว จงมาเกิดเป็น โม นะมะพะทะ 

พุทกาโร โหติ สัมภะโว จงมาเกิดเป็น พุท นะมะพะทะ 

ธากาโร โหติ สัมภะโว จงมาเกิดเป็น ธา นะมะพะทะ 

ยะกาโร โหติ สัมภะโว จงมาเกิดเป็น ยะ นะมะพะทะ 

แล้วที่เหลือแต่ละตัวก็ว่าก็เหมือนกันจนกว่าจะครบ แล้วก็ปลุกด้วยคาถา อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด ๗ จบ แล้วก็ถ้าหากว่าเป็นแผ่นยันต์อย่างนี้อยู่แล้วก็ว่า อิติปิ โสฯ ๗ จบ นะมะพะทะ ๑๕ จบ แต่ถ้าหากว่าเป็นแผ่นยันต์ที่เราเขียนขึ้นเอง ก็ให้เสกด้วย อิติปิ โสฯ ๑๐๘ จบ นะมะพะทะ ๑๐๘ จบ
 

 

Visitors: 18,884