พระปริตร

1. มงคลสูตร

บทสวด มงคลสูตร(มงคลปริตร)

เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม ฯ อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา อะภิกกันตายะ รัตติยา อะภิกกันตะวัณณา เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา เยนะ ภะคะวา  เตนุปะสังกะมิ อุปะสังกะมิตวา ภะคะวันตัง อะภิวาเทตวา เอกะมันตัง อัฏฐาสิ ฯ เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิฯ 

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไปแล้ว เทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า

พะหู เทวา มะนุสสา จะมังคะลานิ อะจินตะยุง อากังขะมานา โสตถานังพรูหิ มังคะละมุตตะมังฯ 

หมู่เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้คิดถึงเรื่องมงคลแล้ว ขอพระองค์ทรงตรัสบอกทางมงคลอันสูงสุดเถิด  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า 

                อะเสวะนา จะ พาลานัง           ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา 
ปูชา จะ ปูชะนียานัง                                   เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
               การไม่คบคนพาล                     การคบแต่บัณฑิต

การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา           ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด
               ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ              ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา 
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ                                 เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
               การอยู่ในสถานที่อันสมควร        ความเป็นผู้มีบุญอันได้กระทำไว้แต่กาลก่อน

การตั้งตนไว้โดยชอบตามทำนองคลองธรรม       ทั้ง ๓ ประการนี้ ก็เป็นมงคลอันสูงสุด
               พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ             วินะโย จะ สุสิกขิโต 
สุภาสิตา จะ ยา วาจา                                     เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
               ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังธรรมและปฎิบัติธรรมมาก    ความเป็นผู้มีศิลปวิทยา  ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนและปฎิบัติในระเบียบวินัยเป็นอันดี  การกล่าววาจาที่เป็นธรรมและไพเราะ  แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

               มาตาปิตุอุปัฏฐานัง                   ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
อะนากุลา จะ กัมมันตา                              เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
               การอุปัฎฐากบำรุงบิดามารดาให้เป็นสุข     การสงเคราะห์บุตรและภรรยาให้มีความสุข

การทำการงานให้เสร็จเรียบร้อยไม่คั่งค้าง  ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด
               ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ            ญาตะกานัญจะ สังคะโห 
อะนะวัชชานิ กัมมานิ                                     เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
               การให้ทาน การประพฤติธรรม การสงเคราะห์ญาติและคนใกล้ชิดทั้งหลาย

การทำงานที่ไม่ประกอบด้วยโทษทั้งทางโลกและทางธรรม   แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด
               อาระตี วิระตี ปาปา                    มัชชะปานา จะ สัญญะโม 
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ                                 เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
               การงดเว้นจากการทำบาปทั้งหลาย   การงดเว้นจากการดื่มน้ำเมา

ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย     ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด
                คาระโว จะ นิวาโต จะ                สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา 
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง                               เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
                การเคารพต่อบุคคลและสิ่งที่ควรเคารพ  ความไม่เย่อหยิ่งจองหอง  ความสันโดษยินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่และสิ่งที่ตนพึงหาได้โดยชอบธรรม    ความเป็นผู้มีกตัญญญูรู้คุณที่ท่านได้ทำไว้แล้วแก่ตน   การได้ฟังธรรมคำสอนของสัตบุรุษตามกาลเวลาอันสมควร แม้ทั้ง ๕ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

              ขันตี จะ โสวะจัสสะตา                สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง 
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา                                      เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
                ความเป็นผู้มีขันติความอดทน   ความเป็นผู้ว่านอนสอนง่าย    การได้เห็นสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีลทั้งหลาย การได้เจรจาสนทนาธรรมตามกาลเวลาอันสมควร    แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

               ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ            อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง 
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ                      เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ 
               การมีความเพียรเพื่อเผากิเลส   การประพฤติพรหมจรรย์คือปฎิบัติตนให้เป็นผู้ประเสริฐ  การมีปัญญาเห็นอริยสัจทั้งหลาย   การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน   แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

                ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ                    จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ 
อะโสกัง วิระชัง เขมัง                         เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
               การทำจิตไม่ให้หวั่นไหวในโลกธรรมที่มากระทบ   การไม่ทำใจให้เศร้าโศก    การทำจิตให้ปราศจากธุลีคือกิเลสทั้งหลาย   การทำจิตให้ถึงพระนิพพาน   แม้ทั้ง ๔ ประการนี้ก็เป็นมงคลอันสูงสุด

                เอตาทิสานิ กัตวานะ                      สัพพัตถะมะปะราชิตา 
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ               ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ ฯ 

               อนึ่ง เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย  เมื่อได้กระทำมงคลทั้งหลายเช่นนี้แล้ว  ย่อมเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง  และย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง    ทั้งหมดนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้นแล ฯ

Visitors: 18,884