เรื่องจากผู้อ่นในเว็ปคุณอำพล เอาไหมเหล็กไหล

 เอาไหมเหล็กไหลตอนที่1    

เห็นว่าเป็นเรื่องที่สร้างความศรัทธาให้หลวงปู่สรวงขอเผยแผ่เอาบุญ

ขอรายงานตัวอีกหนึ่งศิษย์ลป.สรวงครับ....ตัวผมเริ่มรู้เรื่องลป.สรวงก็เมื่อประมาณ 10 ปีเห็นจะได้ เพราะไปเห็นรูปถ่ายในกระเป๋าตังค์ของรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ก็เลยถามว่าเป็นใคร พี่เค้าก็บอกว่า ชื่อลป.สรวง แล้วเค้าก็เล่าความเป็นมาของรูปนี้ให้ฟังว่า....

....ประมาณปี 35 พี่เค้าเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจการธนาคารอะไรซักแห่งที่สกลนครครับ ซึ่งตอนนั้นเค้าเป้นคริ
สเตียนอยู่ แล้ววันหนึ่งพี่เค้าก็เดินทางโดยรถของธนาคารไปธุรต่างจังหวัด ขับๆมาเลียบน้ำโขง 
จนมาถึงระยะหนึ่งพี่เค้าก็ปวดห้องน้ำมากๆ(เบาครับ) ก็เลยขอลงข้างทางพอเรียบร้อย
นึกยังไงไม่รู้ว่าขออยู่ข้างน้ำโขงนี้ก่อน ให้รถเข้าเมืองไปก่อนแล้วค่อยกลับมารับ(ซึ่งเค้าก็ไม่รู้ว่าทำไม) 
พี่เค้าบอกว่าก็อยากเดินๆดูอะไรข้างน้ำโขงนี้แหละ สักพักพอจะเดินกลับหันหลังก็ตกใจ มีพระแก่ๆนุ่งผ้าไม่เรียบร้อยสะพายย่าม มายืนอยู่ 
ตัวแกซึ่งตอนนั้นเป็นคริสก็ถามไปว่า"หลวงตามายังไงเนี๊ยะ" ลป.สรวงก็บอกว่า "ก็มารอมึงไง"(ท่านพูดภาษาไทยครับ)
พี่เค้าก็เลยถามว่า "รอทำไม" ลป.สรวงว่า "ก็ไม่ได้เจอกันนาน" พี่เค้าก็คุยๆไปเรื่อยเปื่อยถามนั่นถามนี่ไปเรื่อย 
จนหลวงปู่ตัดบทว่า ไม่เจอกันนานอยากได้ของดีอะไรไหม "พี่เค้าก็ว่าไม่รู้จะเอาอะไร"ลป.สรวงถามขึ้นมาว่า 
เอาเหล็กไหลไหม(ซึ่งตอนนั้นพี่เค้าก็ไม่รู้จักว่าเหล็กไหลคืออะไร) ก็เลยถามว่า"มันเป็นยังไงเหล็กไหล

"ลป.สรวงจึงถามว่าอยากเห็นหรือเปล่า" พี่เค้าจึงบอกว่า"มีเหรอหลวงตา ขอดูหน่อย"
หลวงปู่สรวงจึงกวักมือให้เดินตามไป จนถึงริมน้ำโขงลป.สรวงก็นั่งลงพนมมือบนหัว 
พี่เค้าบอกว่าอยู่ดีๆก็มีเทียนเล่มเล็กๆที่มีไฟติด โผล่มาอยู่ในมือของลป.สรวง
(พี่เค้ายังคิดว่าพระนี่เล่นกลเก่งแฮะ เพราะไม่เห็นลป.สรวงจุดเทียนหรือควักของในย่ามเลย)
สักครู่พี่เค้าก็บอกว่าได้ยินเสียง ครืดๆๆๆๆๆในดิน ลป.สรวงก็ลุกขึ้นกวักมือเรียกให้เดินตาม 
ปรากฏว่า ข้างน้ำโขงมีถ้ำเป็นเวิ้งและมีทางเดินลงไปด้วยพี่เค้าจึงเดินตามลป.สรวงไป 

สักครู่ลป.ก็สวดอะไรสักอย่าง พี่เค้าว่าน่าจะเป็นภาษาเขมรแต่ที่พอรู้ก็มีคำไทยที่ปนอยู่ก็คือ ตัวผู้-ตัวเมีย 
พอท่านสวดจบ ที่ผนังถ้ำก้มี ของเหลวดำๆไหลออกมาพอถึงหน้าลป.ก็ไหลย้อยออกมาประมาณ 1 ศอก 2 อัน 
ลป.ก็เลยบอกว่านี่ไงเหล็กไหลไม่อยากได้เหรอพี่เค้าว่าตกใจมากๆ สักครู่ลป.สรวงก็บอกว่าจับดู 
พอจับด็ต้องดึงมือกลับเพราะว่าเย้นมากๆนุ่มๆแต่สากๆเหมือนงวงช้างผพี่เค้าว่างั้นนะค
รับ) 

 

 เอาไหมเหล็กไหลตอนที่2
ลป.สรวงก็ถามครั้งที่ 3 ว่า"ไม่อยากได้เหรอ" พี่เค้าด้วยความไม่รู้และกลัวก็เลยบอกว่า "กลัวไม่อยากได้"
ลป.สวรงก็เลยพอเดินขึ้นตลื่ง พอถึงริมตลิ่งพี่เค้าก็หันกลับไปดูที่ถ้ำอีกที ก็ปรากฎว่าถ้ำหาย และบริเวณนั้นก็กลายเป็นน้ำโขงหมด 
พี่เค้าถึงกับบอกลป.สรวง ว่า "หลวงตาเล่นกลอะไรอีกละเนี๊ยะ แถมเล่นเก่งอีกต่างหาก" 
ลป.สรวงหันกลับมาถามว่าแล้วอยากได้อะไร (ตอนนั้นพี่เค้าเคยได้ยินเพื่อนพูดว่ากาฝากไม้รัก/มะยม/มะรุม/ไม้มะขามเป็นของดี)
จึงบอกลป.สรวงไปว่าอยากได้ไม้กาฝากทั้ง 4 ลป.จึงบอกว่าอีก 4 ปีมึงจะได้ครบ
(และก็ได้จริงๆพิเศษคือไม้กาฝากทุกอัน จะมีเหมือนน้ำมันหอมเคลือบเองโดยพี่เค้าไม่ได้ทาเลย และหากวันไหนกลิ่นหอมแรงขึ้นก็จะมีโชคครับ) 

แล้วลป.สรวงก็บอกกับพี่เค้าว่า "กูกับมึงไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ถ่ายรูปกูไว้ซะ" 
ที่แปลกก็คือพี่เค้าพกกล้องถ่ายรูปมาด้วยซึ่งปกติไม่เคยพก จึงนำกล้องมาถ่ายภาพลป.ไว้ 
พี่เค้าบอกว่าลป.ท่านเล่นกล(แสดงปาฏิหาริย์อีกรอบ) โดยนั่งลงไปในอากาศแต่อยู่ๆก็มีหินไปรองรับก้นท่าน และมีต้นไม้ประหลาดๆออกมาด้านหลังตรงที่ท่านนั่ง....

ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ท่านพี่ท่านนี้จำหลวงปู่ได้ดีก็คือแผลเป็นรูครงเอ็นร้อยหวาย พี่เค้าได้ถามว่าไปโดนอะไรมา ท่านตอบว่า "โจรมันจับกูเจาะ" ก่อนลป.จะไปก็บอกพี่คนนี้ว่า "เดือดร้อนอะไรให้บอกกูนะ กูชื่อสรวง" พอดีกับรถของธนาคารกลับมาใกล้ถึง(พี่เค้าเห็น) ก็หันไปมองหันกลับมา อ้าวลป.สรวงหายไปอย่างไร้ร่องรอย พี่เค้าว่าตกใจมากๆรีบวิ่งไปที่ถนนทันทีครับเพื่อรอรถ พอรถมาถึงจึงได้ถามคนขับว่าเห็นพระแก่ๆไหม คนรถก็บอกว่า"ไม่เห็น"


 เอาไหมเหล็กไหลตอนที่3
...รุ่งขึ้นจึงเอาฟิล์มไปล้าง ปรากฎว่ารูปถ่ายดีรูปหลวงปู่รูปเดียว ภาพอื่นหายหมด พี่เค้าจึงล้างไว้ 4 ใบ ใบใหญ่ 1 เล็กอีก 3 ใบ พอจะล้างเพิ่มภาพจางหายไปหมดเลยครับ

...ผมกับเพื่อนอีก 3 คนก็ฟังๆพี่เค้าเล่าในใจก็คิดว่าโม้มากกว่า ไอ้เพื่อนคนหนึ่งจึงขอรูปใบเล็กๆนั้นไปแสกน แสกนเท่าไหร่ก็ไม่ติดก็ชักเดอ็ดใจจึงจุดธูปบอกกล่าว 3 ดอกก็แล้ว 9 ดอกก็แล้ว 36 ดอกก็แล้วยังไม่ติดจนต้องจุดถึง108 ดอกถึงสแกนติด ที่นี้เริ่มเชื่อครับ

...ที่ทำให้ผมเชื่อสนิทใจที่สุดก็คือ ไฟใหม้พานพลาสติกในห้องพระครับรีบดับไป ปรากำว่าไหม้เรียบวุดครับพระ และของในพาน แต่ถึงกับขนลุกเพราะภาพหลวงปู่สรวงซึ่งเป็นแค่กระดาษ เอ4เคลือบพลาสติกไฟไม่ยอมไหม้ครับ ผมรีบเก็บมาใส่หัวเลยที่เดียวตั้งแต่นั้นมา จึงเชื่อหลวงปู่ และให้หลวงปู่เป็นผู้ที่ผมเคารพสูงสุดในชีวิตอีกคนหนึ่งครับ

...ทั้งหมดที่เล่านี้เป็นเรื่องจริงที่อยู่ในความทรงจำของผมมาตลอด 10 ปี.....และเมื่อมีปัญหาผมมักจะบอกลป.เสมอและก็จะมีทางออกทุกครั้งไป..
....ลป.สรวงผู้เป็นดังประทีปในดวงใจของผมเสมอ และตลอดไป.....

...ตฤณ...

Visitors: 19,698